|
ปูผู้น่าสงสาร
ณ วัด แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ติดกับทะเล พระที่นั่นเคร่งในการถือศีลทุกองค์
ไม่เว้น แม้มัคคุเทศก์ ชาวบ้านแถบนั้นก็ถือศีล และชอบการทำบุญเป็นที่สุด
วันหนึ่งในช่วงปลายหน้าร้อน เจ้าอาวาสก็ออกมา เดินจงกลม จนเพลิน เดินมาจนถึงหาดทราย
สายตาของท่านพระคุณเจ้าก็เหลือบไปเห็นเจ้าปูทะเล เดินเลี้ยวไปเลี้ยวมาบนชายหาด
ท่านพระคุณเจ้า ก็นึกอยากกินปู แต่ก็กลัวผิดศีล ไม่รู้จะทำยังไง ท่านพระคุณเจ้าก็หยุดคิด
..
สักพักหนึ่ง พระคุณเจ้าก็ตะโกนเรียกมัคคุเทศก์คนสนิทมา
พระคุณเจ้า: ไอ้เท่งโว้ย
.ไอ้เท่ง อยู่ไหนวะ ไอ้พวกนี้
เวลาจะปรึกษาอะไร มันหายหัวทุกที
ไอ้เท่ง: ขอรับพระคุณเจ้า ข้ามาแล้วขอรับ
พระคุณเจ้า: เฮ้อ..ไอ้เท่ง เอ็งดูปูทะเลพวกนี้ซิวะ เห็นแล้วก็สงสารมัน
อายุมันสั้นเหลือเกิน
ไอ้เท่งฟังแล้วเหมือนรู้เป็นนัยๆ แล้วก็ตอบว่า
ไอ้เท่ง: ขอรับ อายุมันสั้นจริงๆ
น่าสงสาร น่าสงสาร
แล้วพระคุณเจ้าก็เดินกลับกุฏิ ส่วนไอ้เท่ง ก็กลุ้มใจ ตัวไอ้เท่งและเมียก็ถือศีลอย่างเคร่งครัด
พอกลับถึงเรือน ไอ้เท่งก็ปรึกษากับเมีย ว่าจะทำยังไงดีถึงจะเอาปูไปทำอาหารถวาย
พระคุณเจ้า โดยไม่ให้บาปและผิดศีลได้ สองผัวเมียก็นึกกันอยู่นาน สักพักเมีย
ก็ร้องดังขึ้นมา
เมียไอ้เท่ง: ข้านึกออกแล้ว พี่
ไอ้เท่ง: ทำยังไงรึ
เมียไอ้เท่ง: ไม่ต้องถามอะไรมาก พี่ไปจับปู ใส่กระด้งไว้นะ
แล้วที่เหลือฉันจะจัดการเอง ไอ้เท่งเชื่อในความเฉลียวฉลาดของเมีย จึงได้ออกไปจับปูทั้งคืน
ได้มา 5 ตัว เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง แล้วก็เอามาให้เมียตอนเช้า พอเข้ามาในครัว
ก็เห็นเมียก่อไฟ เอาหม้อใบใหญ่ วางบนเตา พอน้ำเริ่มเดือด ก็เอาไม้หน้ากว้างสัก
ครึ่งคืบ มาวางขวางไว้บนปากหม้อ
เมียไอ้เท่ง: เอ้า พี่เท่ง เอาปูมานี่ ฉันจะให้ปูมันเดินไต่
บนไม้กระดานที่วางพาดบน
ปากหม้อ ถ้าตัวไหน ถึงคราวเคราะห์ ก็ตกลงในหม้อ ถ้าตัวไหนยังไม่ถึงคราวเคราะห์
ก็เดินผ่านได้ตลอด
ไอ้เท่ง: อ้อ! เข้าใจแล้ว อย่างนี้
ก็ถือว่าเราไม่บาป
ว่าแล้วไอ้เท่งก็ท่อง "สัพเพ สัตตา ..สัพเพ สัตตา " แล้วก็จับปูปล่อยให้เดินไปทีละตัว
ปูตัวแรก เดินไปถึงครึ่งทาง ก็หล่นตุ๋ม ตัวที่สอง ก็หล่นตุ๋ม ตัวที่สาม
ก็หล่นตุ๋ม ตัวที่สี่ ก็หล่นตุ๋ม พอตัวที่ห้า เป็นตัวที่ใหญ่กว่าเพื่อน
กลับเดินจนพ้นถึงขอบหม้อ ไอ้เท่งเห็นดังนั้นก็รู้สึกเสียดาย เลยหยิบปูตัวที่ห้ามา
แล้วบอกว่า
ไอ้เท่ง: แหม..เจ้าปูตัวนี้ตัวใหญ่กว่าเพื่อน
ต้องเดิน 2 รอบ
ว่าแล้วก็ปล่อยให้เดินอีกรอบ สุดท้าย เจ้าปูตัวที่ ห้า ก็หล่นตุ๋ม จนได้
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อะไรในโลกนี้จะมาฉลาดกว่ามนุษย์ ไม่มีอีกแล้ว
ฮิ ฮ

ก้างปลาเป็นเหตุ
วันหนึ่งก็มีคุณลุงอ่วม มาหาที่บ้านกำนัน ก็มาเยี่ยมเยียนกันตามประสาคนรู้จัก
ก็เห็นแก่บ่นว่า เมื่อวันก่อน ลุงอ่วมไปกินน้ำพริกปลาทูมา ซวยจริงๆ ก้างปลา
ดันมาตำเหงือก กำนันเห็นว่ามันเริ่มจะอักเสบ เลยแนะนำลุงอ่วมให้ ไปหาหมอ
ให้หมอดึงก้างปลาออกให้ ลุงอ่วมรู้สึกปวดอยู่แล้ว เลยพยักหน้า กะว่าจะไปหาหมอพรุ่งนี้
เช้าวันรุ่งขึ้น ลุงอ่วมก็แต่งตัวซะหล่อ และวานให้ลูกเขยหัวกระเด็นขับจักรยานไปส่งที่
อนามัยจังหวัด พอถึงปั๊ป แกก็หันมาสั่งลูกเขยให้นั่งรอ
หมอ: เอ้า..เป็นอะไรมาหล่ะลุง
ลุงอ่วม: ก้างปลามันตำที่เหงือก ดูซิ บวมไปหมด จนคางโย้เลย
เดี๋ยวหมอช่วยเอาออกให้หน่อยนะ
หมอ: ได้สิ เดี๋ยวขอหมอดูก่อนนะ
หมอดูสักพัก ก็บอกว่า
หมอ: ก้างปลาไม่มีหรอกลุง สงสัย รากฟันกามไม่ค่อยดี
เลยอักเสบ
เอาอย่างนี้ เดี๋ยวหมอจะถอนฟันกามออกเลย ลุงจะได้ไม่ปวดอีก
ลุงอ่วม: โธ่
หมอ บอกว่าก้างมันตำเหงือก ไม่ใช่ฟันไม่ดี
หมอ: เอ..ลุงนี่ดื้อจริงๆ ลุงจะเก่งกว่าหมอได้ยังไง
ว่าแล้วหมอก็เริ่มปฏิบัติการถอนฟันกามออก เสร็จแล้ว ลูงแกก็เดินออกมาพร้อมผ้าก๊อตกัดไว้ที่ปาก
คางก็โย้มากขึ้น มองซ้าย มองขวา หาลูกเขย ลูกเขยหัวกระเด็นก็รีบวิ่งมาพร้อมเอารถจักรยานมารับ
ลูกเขย: เสร็จแล้วเหรอพ่อ
ทำไมมันบวมมากกว่าเดิม
ด้วยความเจ็บ และปากก็กัดผ้าก๊อตไว้แน่น ทำให้แกพูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้า
ลูกเขยก็ไม่ได้ติดใจอะไร ขับรถจักรยานไปสักพัก พอดีมีรถสองแถว ขับสวนมาอย่างเร็ว
ลูกเขยที่ขับรถจักรยานไม่ค่อนแข็งเท่าไร เลยทำให้เสียหลัก ลูกเขยรู้ตัวอยู่แล้ว
ด้วยสัญชาติญาณ เลยกระโจนหนี ส่วนลุงอ่วมนั่งซ้อนท้าย ไม่รู้เรื่องอะไร
เลย หน้าทิ่มและหล่นไปพร้อมรถจักรยานที่ข้างทาง ปรากฏว่า แฮนของจักรยานทิ่มเข้าไปในปากของแก
ฟันหน้าทั้งข้างล่าง ข้างบนก็ล่วงหายไปหมด แขนก็เดาะ เจ้าลูกเขยตัวดี
ก็รีบวิ่งไปดู ตกใจที่เห็นพ่อตาเจ็บหนัก รีบพยุงลุงอ่วมกลับไปที่อนามัย
หมอคนเดิมก็เดินมาหาแล้วถามว่า
หมอ: เอ..หน้าลุงนี่คุ้นๆ
ลูกเขย: ก็เมื่อตะกี้ พึ่งมาหาหมอ
ให้เอาก้างปลาออกให้ไง
หมอ: อ้อ! จำได้แล้ว และนี่อะไรมันคาที่ปากลุงหล่ะ
ลูกเขย: ก็แฮนจักรยานไงหมอ
อุบัติเหตุนิดหน่อย เดี๋ยวหมอช่วยเอาออกให้หน่อยนะ แล้วรู้สึกว่า แขนของพ่อตาผมจะห้อยๆ
สงสัย แขนจะเดาะ
หมอ: ไม่ต้องเป็นห่วง มาถึงมือหมอแล้ว สบายใจได้
ลูกเขยก็มองหน้าพ่อตา ดูเศร้ายังไงบอกไม่ถูก ดูไม่เห็นสบายใจอย่างที่หมอว่าเลย
หมอ: ลุง ทนหน่อยนะ
ว่าแล้วหมอก็ค่อยๆ ขยับเอาแฮนจักรยานออก ฟันก็ล่วงพรูตามออกมาด้วย หมอก็เหลือบเห็น
ลุงน้ำตาไหล หมอก็บอกว่า
หมอ: เจ็บรึลุง ทนหน่อยนะ
หมอนี่เป็นหมอที่มือเบาที่สุดในอนามัยแล้ว
ลุงอ่วมคิดเสียดายฟันในใจ แต่พูดไม่ออก ก็ได้แต่พยักหน้า
หมอก็เหลือบไปเห็นก้างปลาที่ลุงอ่วม เคยบอกตั้งแต่แรก ก็เลยดีใจ
หมอ: ลุง..หมอมีข่าวดีจะบอก
หมอเจอไอ้ก้างปลาที่ตำเหงือกของลุงแล้ว
เดี๋ยวหมอจะเอาออกให้
หมอเห็นลุงอ่วมน้ำตาซึมๆอีก ก็ถามว่า
หมอ: ดีใจมากรึลุง หมอก็ดีใจเหมือนกัน
ลุงอ่วมรู้สึกแค้นหมอ กล้ำกลืนฝืนทน พอออกจากอนามัย ลุงอ่วมก็ดูอ่วมสมชื่อจริงๆ
ฟันหน้าหายหมด ปากโย้ไปข้างหนึ่ง แขนก็เข้าเฝือก ใช้ไม้ยันเดินโขยกเขยก
และมีเขยขวัญพยุงกลับบ้าน ลุงแกก็คิดในใจว่า "เฮ้อ
ก้างปลาเป็นเหตุจริง..จริ้ง"

|