คนละเรื่องเดียวกัน
    หลังจากมีคนไปร้องเรียนที่โรงพักแห่งหนึ่ง ย่านฝั่งธนว่า ในซอย ๆ หนึ่ง มีการค้าประเวณีเปิดเป็นซ่อง เยอะมาก ขอให้เจ้าหน้าที่ ไปทำการกวาดล้างซะที คืนวันหนึ่งเดือนมืด สวญ. ท้องที่นั้นก็ เรียกประชุมตำรวจพรึบ เพื่อล้อมจับโสเภณีในครั้งนี้ แบบล้างซอย คะนี้ ๆๆ มีคุณยายคนหนึ่งอายุปาเข้าไปเกือบ 70 ฟันก็ไม่มี เดินกระย่องกระแย่งเข้าในซอยนี้ ซึ่งมีต้นมะม่วงเก่าแก่ต้นหนึ่ง ขึ้นตะหง่านอยู่ข้างซ่อง กำลังมีลูกดก แกกะไปขโมยกิน คุณยายค่อยเอา ไม้ไผ่ข้างต้นมะม่วงนั้น ค่อยๆ ฟาดแบบสอย ลูกที่จ้องมาตั้งแต่เย็นแล้ว เป็นลูกที่สุกหัวเหลืองอะร่าม จนร่วงลงมาดังตุบ แกค่อยวางไม้สอยไว้ข้างต้นที่เดิม และเดินไปเก็บลูกมะม่วงสุก ที่ตกลงมาแตก ขณะที่แกกำลังนั่งลง จะแกะมะม่วงกิน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็บุกจู่โจมเข้ามาในซอย จับต้อนบรรดากะหรี่ทั้งหลาย ขึ้นรถ เรียกว่าจับดะ อารามตกใจ คุณยาย แกก็กำมะม่วงเดินสะเปะสะปา ถูกตำรวจจับพาเดินไปขึ้น รถตำรวจ ที่จะนำไปสอบที่ สน. ขณะที่ถึงคิวที่ สวญ. สอบสวน สารวัตถามขึ้นว่า คุณยาย อายุจนป่านนี้ยัง ทำกะเขาด้วยหรือ "คุณยายตอบว่า "ท่านนายตำรวจ ฉันมันหยาก จนทนไม่ไหว เลยทำเป็นครั้งแรก" นายตำรวจสั่นหัว และถามต่อไปว่า "แล้วยายทำอย่างไรหละ" คุณยายตอบว่า " ยายกำๆๆๆ รูดๆ บีบๆๆๆ จนน้ำออกมา ยายก็ดูดกินนะซี. ฮ่ะๆๆๆ

 

 

คนป่ากับเชลย 3 คน
    ในแถบเมดิเตอร์เรเนี่ยน มีเด็กวัยรุ่น 3 คน กำลังแล่นเรือเที่ยวตามเกาะ โชคไม่เข้าข้างเลย ปรากฏว่า มีพายุพัดผ่านมาอย่างฉับพลัน ทั้ง 3 คน ที่เป็นเพื่อนรักกัน ก็ตัดสินใจหันเรือ เข้าเกาะที่ใกล้ที่สุด เพื่อหลบพายุชั่วคราว
ณ เกาะแห่งนั้น มีคนป่ากินคนอาศัยอยู่ ไม่นานนัก เด็กวัยรุ่นทั้ง 3 คน ก็โดนคนป่าจับตัว เอาไปมัดกับต้นไม้ หัวหน้าเผ่าคนป่ากินคน ก็เห็นเด็กวันรุ่น ท่าทางดูฉลาด จึงพูดกับเด็กวัยรุ่นทั้ง 3 ว่า
หัวหน้าเผ่า:      เราจะให้โอกาสพวกเจ้าทั้ง 3 ให้ออกไปหา ผลหมากรากไม้ มาคนละชนิด
ชนิดละ 10 ลูก และพวกเจ้าต้องทำตามคำสั่งเรา ถ้าสามารถทำได้ ตามคำสั่งทุกประการ ไม่บิดพริ้ว เราจะปล่อยพวกเจ้าไป แต่ถ้าทำไม่ได้ เราก็จะฆ่าพวกเจ้า และกินเป็นอาหารมื้อเย็น อันโอชะ
ว่าแล้ว เชลยทั้ง 3 ก็ออกไปหาผลไม้กันคนละชนิด ชนิดละ 10 ลูก ตามคำสั่ง ไม่นานนัก
เชลยคนที่ 1 ก็โผล่มาพร้อมกับมะม่วง 10 ผล
เชลยคนที่ 1 :      เราได้ผลไม้ตามที่ท่านสั่งแล้ว
หัวหน้าเผ่า:    ดีมาก เอาหล่ะ เจ้าจงเอาลูกมะม่วง ยัดเข้าไปในรูก้น ทีละลูกจนครอบ
10 ลูก ห้ามทำหน้าบูกเบี้ยว ยิ้ม หัวเราะ หรืออาการใดๆ ทั้งสิ้น ไม่งั้น เราจะฆ่าเจ้าซะ
เชลยคนที่ 1 ก็ทำท่าตกใจ และเริ่มทำตามคำสั่ง ปรากฏว่าพอยัดลูกที่ 1 เข้าไป ก็ร้องออกมา บอกว่า
เชลยคนที่ 1 :     โอ้ย..ไม่ไหวแล้ว ข้าพฯ ขอยอมตายดีกว่า
ว่าแล้วเชลยคนที่ 1 ก็ถูกฆ่าไป
ไม่นานนัก เชลยคนที่ 2 ก็มาถึงพร้อมด้วยลูกเชอรี่ 10 ลูก
หัวหน้าเผ่า:    มาก็ดีแล้ว เจ้าจงเอาลูกเชอรี่ที่เจ้าหามาได้ ยัดเข้าไปในรูก้น ทีละลูกจนครบ 10 ลูก แต่มีข้อแม้ว่า ห้ามเจ้าทำหน้าบูกเบี้ยว ยิ้ม หัวเราะ หรืออาการใดๆ ทั้งสิ้น ไม่งั้น เราจะฆ่าเจ้าซะ
ว่าแล้ว เชลยคนที่ 2 ก็เริ่มยัดลูกเชอรี่ลูกที่ 1, ลูกที่ 2, …..ลูกที่ 8 แล้วขณะที่กำลังยัดลูกที่ 9 เสร็จ เชลยคนที่ 2 ก็เกิดอาการอมยิ้ม และหัวเราะก๊ากออกมา
คนป่าก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง จัดการฆ่าเชลยคนที่ 2 แล้วก็หันไปเห็นเชลยคนที่ 3 กำลังหอบผลไม้มา 10 ลูก
ระหว่างนี้ เชลยคนที่ 1 และคนที่ 2 ก็ตายและขึ้นสวรรคไป เชลยคนที่ 1 ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไม เชลยคนที่ 2 ยัดลูกเชอรี่ไปแล้ว 9 ลูก จะอดทน ยัดอีกลูกไม่ได้ จึงหันไปถามเชลยคนที่ 2
เชลยคนที่ 2:     อันที่จริง ข้าพฯกำลังทำสมาธิ เพื่อจะยัดเชอรี่ ลูกสุดท้าย พอดี เชลยคนที่ 3 เดินเข้ามา ท่านลองทายดูซิว่า เชลยคนที่ 3 เขาเก็บผลไม้อะไรมา
?????????????
เชลยคนที่ 2:      ก็ลูกทุเรียน 10 ลูกไงหล่ะ ข้าพฯก็เลยอดขำไม่ได้ ฮิๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ

กลับไปหน้าแรก